สมัคร M8BET รวม11ทีมมีลุ้นซิวทริปเปิ้ลแชมป์ซีซั่นนี้

สมัคร M8BET

เดอะ ซัน สื่ออังกฤษ รวบรวมรายชื่อ 11 ทีมที่ยังมีลุ้นคว้าทั้งแชมป์ลีกในประเทศ, บอลถ้วย และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลนี้ นำโดย บาร์เซโลน่า, บาเยิร์น มิวนิค, อาร์เซน่อล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขณะที่ เรอัล มาดริด หมดลุ้นแล้ว หลังแพ้ เซลต้า บีโก้ ด้วยผลประตูรวม 2 นัด 3-4 ตกรอบก่อนรองชนะเลิศศึก โกปา เดล เรย์ เรียบร้อยแล้ว

สมัคร M8BET ก่อนหน้านี้มีเพียง 8 ทีมที่ผงาดคว้าทริปเปิ้ลแชมป์สำเร็จ ได้แก่ กลาวโกว์ เซลติก ในปี 1967, อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ปี 1972, พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ปี 1988, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปี 1999, บาร์เซโลน่า ปี 2009 และ 2015, อินเตอร์ มิลาน ปี 2010 และ “เสือใต้” ในปี 2013

รวม 11 ทีมที่ยังมีลุ้นซิวทริปเปิ้ลแชมป์ในซีซั่นนี้

1.) อาร์เซน่อล

แม้จะผลงานขึ้นๆ ลงๆ แต่ อาร์เซน่อล ยังคงมีลุ้นคว้าแชมป์ทั้ง 3 รายการ โดยปัจจุบัน “ปืนใหญ่” อยู่ในอันดับ 2 ของตาราง พรีเมียร์ลีก แต่อาจต้องเหนื่อยหนักใน เอฟเอ คัพ เมื่อต้องบุกไปเยือน เซาธ์แฮมป์ตัน ขณะที่ในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย ต้องดวลกับยอดทีมอย่าง บาเยิร์น

2.) แมนเชสเตอร์ ซิตี้

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า อาจต้องเหนื่อยหนักจนเลือดตาแทบกระเด็นหากต้องการประสบความสำเร็จแบบเดียวกับที่เคยทำได้กับ บาร์เซโลน่า เมื่อปี 2009 แต่ทุกอย่างยังคงเป็นไปได้ “เรือใบสีฟ้า” ต้องเผชิญหน้ากับ โมนาโก ใน แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย ขณะที่มีคิวดวล คริสตัล พาเลซ ในเกม เอฟเอ คัพ อย่างไรก็ตาม มันอาจต้องพึ่งปาฏิหาริย์สำหรับการคว้าแชมป์ลีก หลังปัจจุบันตามหลัง เชลซี จ่าฝูง ถึง 12 คะแนน

3.) บาร์เซโลน่า

จากการที่ เรอัล มาดริด ตกรอบ โกปา เดล เรย์ ไปแล้ว ส่งผลให้ บาร์เซโลน่า ที่ต้อน เรอัล โซเซียดาด ในรอบก่อนรองชนะเลิศ มีโอกาสสดใสในการคว้าแชมป์รายการนี้เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน ขณะที่ปัจจุบันตามหลัง “ราชันชุดขาว” ในลีกเพียง 2 คะแนนแม้แข่งมากกว่า 1 นัดก็ตาม แต่ “เจ้าบุญทุ่ม” อาจต้องออกแรงเหนื่อยพิเศษใน แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อคู่แข่งที่รออยู่ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย คือทีมแกร่งอย่าง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง

4.) แอตเลติโก มาดริด

แอต.มาดริด ทะลุเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ โกปา เดล เรย์ และมีคิวเจอกับคู่แข่งที่น่าจะเอาอยู่อย่าง ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ใน แชมเปี้ยนส์ ลีก อย่างไรก็ตาม ใน ลา ลีกา นั้น “ตราหมี” อยู่ในอันดับ 4 ตามหลัง เรอัล มาดริด จ่าฝูง ถึง 8 คะแนน แถมแข่งมากกว่า 1 นัดอีกด้วย

5.) บาเยิร์น มิวนิค

ปัจจุบัน บาเยิร์น นั่งแท่นเป็นจ่าฝูงใน บุนเดสลีกา โดยนำ ไลป์ซิก อันดับ 2 อยู่ 3 คะแนน ขณะที่ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย เดเอฟเบ โพคาล แบบไม่ยากเย็น ส่วนใน แชมเปี้ยนส์ ลีก ต้องดวลกับ อาร์เซน่อล คู่แข่งที่พวกเขาเคยเขี่ยตกรอบมาแล้วถึง 3 ครั้ง

6.) โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

ดอร์ทมุนด์ มีโอกาสไม่น้อยในการที่จะเอาชนะ เบนฟิก้า เพื่อผ่านเข้ารอบก่องรองชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก ขณะที่มีคิวดวล แฮร์ธ่า เบอร์ลิน ใน เดเอฟเบ โพคาล รายการที่ทีมผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ 4 จาก 5 ซีซั่นหลัง อย่างไรก็ตาม โอกาสคว้าแชมป์ บุนเดสลีกา แทบเลือนราง หลังปัจจุบันตามหลัง บาเยิร์น จ่าฝูง ถึง 12 คะแนน

7.) ยูเวนตุส

ปัจจุบัน ยูเวนตุส นำเป็นจ่าฝูงตาราง เซเรีย อา โดยนำ โรม่า อยู่ 1 คะแนน แต่แข่งน้อยกว่า 1 นัด ขณะที่ทะลุเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ โคปปา อิตาเลีย เรียบร้อยแล้ว ส่วน แชมเปี้ยนส์ ลีก ต้องดวลกับ ปอร์โต้ ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย จึงมีโอกาสไม่น้อยที่ “ม้าลาย” จะประกาศความยิ่งใหญ่กวาดทั้ง 3 แชมป์ในซีซั่นนี้

8.) นาโปลี

นาโปลี ที่ถูกยกให้เป็นทีมที่มีฟอร์มร้อนแรงที่สุดในยุโรปเวลานี้ ต้องเจองานหินใน แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อต้องดวลกับ เรอัล มาดริด ขณะที่เอาชนะ ฟิออเรนติน่า ลิ่วรอบตัดเชือก โคปปา อิตาเลียแล้ว อย่างไรก็ตาม ใน เซเรีย อา นั้น “อัซซูร่า” ต้องภาวนาให้ ยูเวนตุส ทำแต้มหลุดมือเพื่อบีบช่องว่างคะแนนเข้าใกล้ หลังปัจจุบันตามหลังอยู่ 4 คะแนน แถมแข่งมากกว่า 1 นัดด้วย

9.) ปารีส แซงต์-แชร์กแมง

“เปแอสเช” รั้งอยู่ในอันดับ 3 ของตาราง ลีก เอิง ตามหลัง โมนาโก จ่าฝูง อยู่ 3 คะแนน ขณะที่มีคิวเผชิญหน้า แรนส์ ในเกม เฟร้นช์ คัพ รอบ 32 ทีมสุดท้าย แต่อาจต้องงัดฟอร์มเก่งถึงขีดสุดออกมาให้ได้หากหวังผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อคู่แข่งที่รออยู่ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย คือยอดทีมอย่าง บาร์เซโลน่า

10.) โมนาโก

ปัจจุบัน โมนาโก นั่งแท่นเป็นจ่าฝูงของตารางลีก และหากเอาชนะ “เปแอสเช” ได้สำเร็จในเกมวันอาทิตย์นี้ โอกาสในการคว้าแชมป์ก็จะยิ่งสดใสมากขึ้นไปอีก ขณะที่ใน เฟร้นช์ คัพ ทะลุเข้ารอบ 32 ทีมสุดท้ายแล้ว ส่วนใน แชมเปี้ยนส์ ลีก ต้องเจอกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย

11.) เบนฟิก้า

เวลานี้ เบนฟิก้า รั้งจ่าฝูงในลีกโดยนำ ปอร์โต้ อยู่ 4 คะแนน ขณะที่ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ โปรตุกีส คัพ เรียบร้อยแล้ว ส่วนใน แชมเปี้ยนส์ ลีก ต้องผ่านด่าน ดอร์ทมุนด์ ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายให้ได้ หากต้องการสานฝันการก้าวขึ้นคว้าแชมป์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1962